กรมทรัพย์สินทางปัญญา-หอการค้าไทย-อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผนึกกำลัง 3 ภาคส่วน ผลักดันสินค้า GI สู่เวทีการค้าระดับพรีเมี่ยม ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างการเติบโตใหม่อย่างยั่งยืน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เป็นของดีประจำถิ่นที่มีศักยภาพสูง มีชื่อเสียงและสะท้อนอัตลักษณ์ของแหล่งผลิตได้อย่างชัดเจน การเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการในท้องถิ่นจึงเป็นหัวใจสำคัญของการใช้ประโยชน์จาก GI อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการทรัพยากร องค์ความรู้ และความเชี่ยวชาญจากทั้ง 3 ภาคส่วน เพื่อผลักดันสินค้า GI ไทยสู่ระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ตลาดโลก โดยเชื่อมโยงผู้ผลิตสินค้า GI เข้ากับเครือข่ายภาคธุรกิจ ช่วยสร้างแต้มต่อทางธุรกิจและสร้างรายได้คืนสู่ท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการบูรณาการพลังระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยภายใต้แนวคิด “Unlocking New Growth: ศักยภาพใหม่แห่งการเติบโต” มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งเป็นกลไกหลักของระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับการยกระดับเวทีงานแสดงสินค้าในประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า การลงทุน และการสร้างเครือข่ายธุรกิจในระดับสากล อันจะนำไปสู่การเสริมความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว
“ความร่วมมือในวันนี้ไม่เพียงสร้างช่องทางตลาดให้สินค้า GI เท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดเศรษฐกิจฐานราก และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไทยสู่การเติบโตในอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI)ไม่เพียงสะท้อนคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของแต่ละชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในฐานะศูนย์แสดงสินค้าและประชุมรายใหญ่ของไทย เล็งเห็นศักยภาพของสินค้า GI ในการต่อยอดสู่ตลาดจริง ผ่านเครือข่ายและช่องทางจำหน่ายที่มีความพร้อม เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชนในระยะยาว ซึ่งข้อมูลล่าสุดจาก กรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่า มีการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย 77 จังหวัด รวม 252 สินค้า เช่น มะยงชิดนครนายก, ส้มโอนครชัยศรี, มะพร้าวน้ำหอมสามพราน, พุทรานมบ้านโพน กาฬสินธุ์ เป็นต้น (ข้อมูล ณ วันที่ 4 ก.พ.69)
ล่าสุดได้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) โครงการส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายและผลักดันสินค้า GI ระหว่าง กรมทรัพย์สินทางปัญญา หอการค้าไทย และ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันผลักดัน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการสินค้า GI ให้เป็นที่รู้จักผ่านการประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า GI พร้อมเพิ่มช่องทางการตลาดและโอกาสการขายให้แก่ผู้ประกอบการสินค้า GI

สำหรับความร่วมมือภายใต้ MOU ดังกล่าว ทาง อิมแพ็ค เมืองทองธานี จะทำหน้าที่ประสานงาน วางแผนและเตรียมพื้นที่ รวมถึงช่องทางจำหน่ายสินค้าGI และส่งเสริมช่องทางการตลาด ขณะที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา จะสนับสนุนองค์ความรู้ ทั้งการให้คำปรึกษา สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญในกิจกรรมที่เกี่ยวกับส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในสินค้า GI และหอการค้าไทย จะร่วมประชาสัมพันธ์โครงการหรือกิจกรรมที่จัดร่วมกันไปยังสมาชิกและเครือข่ายภาคธุรกิจ เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ

“ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันสินค้าGI จากชุมชนสู่ช่องทางตลาดที่กว้างขึ้น ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว และยั่งยืน”

นอกจากนี้ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ หอการค้าไทย เพื่อส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศและยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยผ่านเวทีงานแสดงสินค้า โดย หอการค้าไทย จะทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีให้สามารถขยายพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเริ่มที่งานแสดงสินค้าและสัมมนาด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลแห่งอาเซียน (DigiTech ASEAN Thailand 2026) -AI Connect 2026 จัดขึ้นวันที่ 22 – 24 กรกฎาคม 2569 ณ อาคาร 5 – 6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี