ประแจ เป็นหนึ่งในเครื่องมือช่างพื้นฐานที่ควรมีติดบ้าน เพราะใช้ได้ตั้งแต่งานประกอบเฟอร์นิเจอร์ ซ่อมก๊อกน้ำ ดูแลรถ ไปจนถึงงานติดตั้งต่าง ๆ แต่ประแจไม่ได้มีเพียงแบบเดียว และแต่ละประเภทก็ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับงานต่างกัน
สำหรับงานทั่วไปที่พบได้บ่อย ประแจที่ควรรู้จักมี 4 ประเภทหลัก ได้แก่ ประแจปากตาย ประแจแหวน ประแจเลื่อน และประแจคอม้า ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่รูปทรงของหัวประแจ วิธีจับชิ้นงาน และระดับแรงที่เหมาะกับการใช้งาน
ประแจมีกี่ประเภท?
หากแบ่งตามประเภทที่นิยมใช้กับงานช่างทั่วไป สามารถรู้จักประแจหลัก ๆ ได้ 4 แบบ
- ประแจปากตาย เหมาะกับงานขันน็อตทั่วไป และงานที่ต้องเข้าถึงหัวน็อตจากด้านข้าง
- ประแจแหวน เหมาะกับน็อตที่ต้องใช้แรงขันหรือแรงคลายมากขึ้น
- ประแจเลื่อน เหมาะกับงานที่ต้องเจอน็อตหลายขนาด เพราะสามารถปรับขนาดปากประแจได้
- ประแจคอม้า เหมาะกับการจับท่อ ข้อต่อ และชิ้นงานทรงกลม
แต่ละแบบมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน การเลือกจึงควรเริ่มจากดูว่าเราจะนำไปใช้กับชิ้นงานประเภทใด
1. ประแจปากตาย เหมาะกับงานขันน็อตทั่วไป

ประแจปากตาย มีปลายเป็นปากเปิดคล้ายตัว U สำหรับสวมเข้ากับด้านข้างของหัวน็อตหรือโบลต์ โดยประแจหนึ่งด้ามมักมีปากอยู่ทั้งสองด้านและอาจมีขนาดต่างกัน
จุดเด่นคือสวมและถอดออกจากหัวน็อตได้ง่าย จึงเหมาะกับพื้นที่ที่ไม่สามารถหมุนประแจได้ครบหนึ่งรอบ และงานที่ต้องยกประแจออกแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่หลายครั้ง
เหมาะกับ
- งานประกอบเฟอร์นิเจอร์
- งานติดตั้งทั่วไป
- งานซ่อมอุปกรณ์ภายในบ้าน
- น็อตที่สามารถเข้าถึงจากด้านข้างได้
ควรเลือกเมื่อ ต้องการความคล่องตัวและไม่ได้ใช้งานกับน็อตที่แน่นมาก
ข้อควรระวังคือควรเลือกขนาดปากประแจให้พอดีกับหัวน็อต เพราะหากปากหลวมเกินไป อาจทำให้มุมของหัวน็อตเสียหายได้
2. ประแจแหวน เหมาะกับงานที่ต้องใช้แรงมากขึ้น
ประแจแหวน มีหัวเป็นวงปิด สามารถครอบรอบหัวน็อตได้หลายด้านพร้อมกัน จึงจับหัวน็อตได้มั่นคงกว่าประแจปากตาย และกระจายแรงได้ดีกว่า
ลักษณะนี้ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องใช้แรงขันหรือแรงคลายมากขึ้น รวมถึงน็อตที่เริ่มฝืดหรือค่อนข้างแน่น
เหมาะกับ
- น็อตที่ขันแน่น
- งานช่างยนต์
- งานเครื่องจักร
- งานที่ต้องการลดโอกาสประแจลื่นจากหัวน็อต
ควรเลือกเมื่อ มีพื้นที่ให้สวมประแจลงบนหัวน็อตจากด้านบน และต้องการจับหัวน็อตให้มั่นคงกว่าประแจปากตาย
ก่อนใช้งานควรเลือกขนาดประแจให้ตรงกับหัวน็อต และสวมประแจลงไปให้สุดก่อนออกแรง
3. ประแจเลื่อน เหมาะกับงานที่มีน็อตหลายขนาด

จุดเด่นของ ประแจเลื่อน คือสามารถปรับระยะห่างของปากประแจด้วยเฟืองหมุน ทำให้ประแจเพียงด้ามเดียวใช้กับน็อตได้หลายขนาด
จึงเป็นเครื่องมือที่เหมาะกับการมีติดบ้าน โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ทำงานช่างเป็นประจำและไม่ต้องการซื้อประแจหลายเบอร์
เหมาะกับ
- งานซ่อมทั่วไปภายในบ้าน
- งานติดตั้งอุปกรณ์
- งานประปาเบื้องต้น
- งานที่เจอน็อตหลายขนาด
- ใช้เป็นประแจสำรองในกล่องเครื่องมือ
ควรเลือกเมื่อ ต้องการเครื่องมือที่ยืดหยุ่นและใช้งานได้หลายขนาด
ก่อนใช้งานควรปรับปากประแจให้แนบกับหัวน็อตมากที่สุด ไม่ควรปล่อยให้มีช่องว่าง เพราะปากประแจอาจขยับขณะออกแรงได้
หากต้องขันน็อตที่แน่นมาก ประแจแหวนหรือประแจที่มีขนาดตรงกับหัวน็อตมักเหมาะกว่า
4. ประแจคอม้า เหมาะกับงานท่อและชิ้นงานทรงกลม
ประแจคอม้า หรือประแจจับท่อ มีฟันบริเวณปากสำหรับยึดเกาะพื้นผิวของชิ้นงาน และสามารถปรับขนาดปากให้เหมาะกับท่อหรือข้อต่อได้
ประแจชนิดนี้ถูกออกแบบมาสำหรับจับวัตถุทรงกลม ซึ่งประแจสำหรับหัวน็อตทั่วไปจับได้ไม่เหมาะนัก
เหมาะกับ
- ท่อโลหะ
- ข้อต่อท่อ
- งานระบบน้ำ
- งานประปา
- ชิ้นงานโลหะทรงกลม
ควรเลือกเมื่อ ต้องจับหรือหมุนท่อและชิ้นงานทรงกลมที่ต้องการแรงยึดเกาะสูง
ประแจคอม้าไม่ควรใช้แทนประแจทั่วไปสำหรับขันหัวน็อตหกเหลี่ยม เพราะฟันบริเวณปากประแจอาจกัดพื้นผิวและทำให้หัวน็อตเสียหายได้
นอกจากประเภทของประแจแล้ว ขนาดก็ต้องพอดีกับชิ้นงานด้วย โดยเฉพาะประแจสำหรับขันน็อต เมื่อสวมแล้วควรแนบกับหัวน็อตและไม่มีระยะโยกมากเกินไป เพราะประแจที่หลวมอาจทำให้มุมของหัวน็อตเสียหายได้
หากต้องการซื้อเครื่องมือไว้ใช้งานทั่วไปในบ้านและยังไม่รู้ว่าจะเจอน็อตขนาดใดบ้าง ประแจเลื่อนเป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นและใช้งานได้หลายสถานการณ์ แต่หากทำงานช่างบ่อย การมีประแจปากตายและประแจแหวนหลายขนาดจะช่วยให้เลือกใช้ได้ตรงกับงานมากกว่า ส่วนบ้านที่มีงานระบบน้ำหรือท่อโลหะ การมีประแจคอม้าติดไว้ก็ช่วยให้งานประเภทนี้สะดวกขึ้น
ประแจทั้ง 4 ประเภทจึงไม่ได้มีแบบใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกงาน แต่แต่ละแบบมีหน้าที่ต่างกัน ประแจปากตายเน้นความคล่องตัว ประแจแหวนเหมาะกับงานที่ต้องการแรงจับมากขึ้น ประแจเลื่อนเด่นเรื่องการปรับใช้กับน็อตหลายขนาด และประแจคอม้าออกแบบมาสำหรับงานท่อโดยเฉพาะ การเริ่มจากดูว่าเราต้องขันหรือจับชิ้นงานแบบไหน จะช่วยให้เลือกประแจได้ง่ายและตรงกับการใช้งานมากที่สุด