กรุงเทพมหานคร เผยความคืบหน้านโยบาย “กรุงเทพฯ เมืองอนุบาลระดับโลก” เมืองที่ให้ “เด็ก” เป็นศูนย์กลางของการพัฒนา ผ่านการลงทุนในเด็กวัย 0–8 ปี โดยผนึกกำลังภาคีหลายภาคส่วน พร้อมดึงทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) มาเป็นแกนหลักของการพัฒนาปฐมวัย ผ่านการพัฒนาหลักสูตรเพื่อวางวิสัยทัศน์และกรอบการพัฒนาที่มุ่งเป้าชัดเจน การเพิ่มศักยภาพและวิสัยทัศน์ของครูให้สามารถจัดการเรียนรู้แก่เด็กและทำงานร่วมกับครอบครัว รวมทั้งการสร้างพื้นที่เรียนรู้ในชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม

Executive Functions (EF) หรือ ทักษะสมองอีเอฟ อยู่ในสมองส่วนหน้า เป็นทักษะสำคัญต่อการคิด การวิเคราะห์ การควบคุมอารมณ์ การวางแผน และการแก้ปัญหา ซึ่งจะช่วยให้เด็กเติบโตอย่างเต็มศักยภาพเป็นคนที่ดี เก่ง มีความสุข เป็นรากฐานของทักษะชีวิตที่จำเป็นสำหรับอนาคต ด้วยความเชื่อที่ว่า “เมืองไม่มีทางดีกว่า คนที่เรามี” อนาคตกรุงเทพฯ จึงต้องเริ่มต้นจากการสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงให้เด็กเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเมือง

ภาคีเครือข่ายมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันนโยบายนี้ให้เกิดผลจริง โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) สถาบันรักลูกเลิร์นนิ่ง กรุ๊ป (RLG) สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยฯ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และองค์กรต่าง ๆ ที่ร่วมสนับสนุนด้านวิชาการ ทรัพยากร และการพัฒนาการเรียนรู้ของชุมชน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ตลอดช่วงที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครและภาคีได้สนับสนุนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ความเข้าใจด้านอีเอฟอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการขยายโอกาสการเข้าถึงของเด็กเล็ก โดยปัจจุบันสถานศึกษาในสังกัดกรุงเทพมหานครที่เปิดสอนในระดับปฐมวัยทั้ง 429 แห่ง อยู่ในระบบการขับเคลื่อนการพัฒนา EF แล้ว ซึ่งรวมถึงสถานศึกษาที่ได้รับการอบรมอย่างครบถ้วนจำนวน 180 แห่ง ที่ดำเนินงานร่วมกับโครงการภาคี ดาว-อีเอฟ และโครงการที่กรุงเทพมหานครดำเนินการเอง

“ในด้านการพัฒนาต้นแบบ กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งโรงเรียนอนุบาลต้นแบบอีเอฟ จำนวน 7 แห่ง เป็นฐานสำคัญในการทดลองกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาแผนการสอนแบบบูรณาการ EF-Active Learning และการเปิดชั้นเรียน (Open Class) ให้ครูได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันและขยายผลไปยังสถานศึกษาอื่น ๆ กรุงเทพมหานครยังได้เพิ่มโอกาสการเรียนรู้แก่ผู้ปกครอง โดยครูมีบทบาทสำคัญในการให้คำแนะนำ ส่งเสริมทักษะอีเอฟในชีวิตประจำวัน รวมถึงลดพฤติกรรมที่เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการ เช่น การใช้หน้าจอเกินจำเป็น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในครอบครัวจำนวนมาก”

นายวิชาญ ตั้งเคียงศิริสิน ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) กล่าวว่า “Dow เป็นบริษัทวัสดุศาสตร์ชั้นนำระดับโลก เราทำงานกับนวัตกรรม เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมที่ซับซ้อนมาโดยตลอด สิ่งหนึ่งที่เราเรียนรู้ชัดเจนคือ ความสำเร็จขององค์กรและประเทศขึ้นอยู่กับ ‘คน’ เราจึงเลือกส่งเสริมการพัฒนาทักษะสมองอีเอฟมาตลอด โดยมองว่าเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อสังคมไทย”

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ภาพอนาคตของเด็กไทยที่สังคมอยากเห็นล้วนเชื่อมโยงกับการทำงานของสมองส่วนหน้า หรือ Prefrontal Cortex ซึ่งเป็นศูนย์กลางของทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จที่เรียกว่า Executive Functions หรือ อีเอฟ การพัฒนาอีเอฟในเด็กตั้งแต่ช่วงปฐมวัย จึงไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ช่วยทำให้ผู้เกี่ยวข้องกับการดูแลพัฒนาเด็ก ได้แก่ ครู นักวิชาการสาธารณสุข ผู้ปกครอง และผู้สนใจทั่วไป ได้มีเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับทักษะอีเอฟ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในเด็กผ่านความรู้ความเข้าใจของผู้ดูแลเด็ก จนเกิดผลกระทบเชิงบวกต่อตัวเด็กต่อไป”

นางสุภาวดี หาญเมธี ประธานสถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป กล่าวว่า “ในยุค AI ที่โลกซับซ้อนและแปรปรวนทุกด้าน คนที่จะอยู่รอดได้อย่างแข็งแรง ต้องคิดเป็น วิเคราะห์ และสร้างสรรค์ได้ แก้ปัญหายาก ๆ ของชีวิตและสังคมได้ รวมทั้งต้องเป็นสมาชิกที่มีความสามารถกำกับตนเอง มีวินัยในตนเอง มีจิตใจเอื้อเฟื้อ พร้อมเกื้อกูลสังคม คุณลักษณะอีเอฟเหล่านี้ สร้างได้ตั้งแต่ปฐมวัย และถ้าสร้างไว้แล้วก็จะเป็นรากฐานของการพัฒนาตลอดไป”

ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กล่าวว่า “พันธกิจของ NSM คือการสร้างสังคมวิทยาศาสตร์ที่เน้นการลงมือทำ ซึ่งสอดคล้องกับทักษะอีเอฟอย่างแยกไม่ได้ เพราะหัวใจของการเรียนรู้วิทยาศาสตร์คือการคิดวิเคราะห์ วางแผน และการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง ในครั้งนี้เราจึงนำนิทรรศการ ‘อาชีพ STEM สร้างอนาคต’ พร้อมกิจกรรมไฮไลต์อย่าง ‘Science Show’ และการเรียนรู้ผ่านบทบาทสมมติมาจัดแสดงตลอด 4 วัน เพื่อให้เด็กและผู้ปกครองเห็นว่าทักษะอีเอฟคือทักษะที่ ‘เห็นได้ เล่นได้ และนำไปใช้ได้จริง’ โดยเรามุ่งหวังว่าการบูรณาการอีเอฟเข้ากับกิจกรรมพิพิธภัณฑ์ จะช่วยวางรากฐานให้เยาวชนไทยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ผลลัพธ์ของความร่วมมือทั้งหมดถูกนำเสนอในงาน “EF Symposium 2026: Dream City เมืองสร้างฝัน EF สร้างคน” ซึ่งจัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ ในวันที่ 22-25 มกราคม 2569 ซึ่งนำเสนอภาพของเมืองที่ออกแบบให้เป็นมิตรกับเด็กและครอบครัว ผ่านนิทรรศการ ห้องเรียนตัวอย่าง พื้นที่เล่นสร้างสรรค์ กิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาทักษะสมอง การทดลองสวมบทบาทอาชีพในฝัน คลินิกพ่อแม่ รวมถึงการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นจริงในระบบนิเวศการเรียนรู้ของเมือง และเผยแพร่ความรู้ด้านการพัฒนาทักษะสมองอีเอฟให้ถึงกลุ่มประชาชนทั่วไป

กรุงเทพมหานครระบุว่า ภาครัฐ โรงเรียน ครอบครัว ชุมชน ภาคธุรกิจ หรือองค์กรอิสระ ซึ่งต่างมีบทบาทสำคัญในการสร้างพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงให้เด็กเล็ก เมื่อเด็กมีคุณภาพ เมืองทั้งเมืองก็จะเติบโตอย่างแข็งแรงและมั่นคงไปพร้อมกัน และนี่คือก้าวสำคัญสู่ “กรุงเทพฯ เมืองอนุบาลระดับโลก” ที่เกิดขึ้นจากพลังร่วมของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง