โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 (M81) สายบางใหญ่–กาญจนบุรี ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของกรมทางหลวง โครงการมีจุดเริ่มต้นที่จุดตัดทางหลวงพิเศษระหว่างหมายเลข 9 (M9) ด้านตะวันตกกับถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณทางแยกต่างระดับบางใหญ่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี และไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 324 (ถนนกาญจนบุรี-อ.พนมทวน) อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีระยะทางรวมประมาณ 96 กิโลเมตร
ในฐานะเส้นทางคมนาคมเชิงยุทธศาสตร์ เส้นทางดังกล่าวช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานครและจังหวัดกาญจนบุรีเหลือเพียงประมาณ 48 นาที จากเดิมเกือบ 2 ชั่วโมง พร้อมทั้งสนับสนุนการเติบโตของภาคโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจในภูมิภาค อีกทั้งยังได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการเชื่อมต่อในอนาคตกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 (M8) เส้นทางนครปฐม–ชะอำ

โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (M81) ได้นำเทคโนโลยีอัจฉริยะขั้นสูงมาใช้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจราจร ความปลอดภัย และประสบการณ์การเดินทางโดยรวม โดยได้เปิดให้บริการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ภายใต้การกำกับดูแลของกรมทางหลวง และการดำเนินงานและบำรุงรักษาสายทางโดยเอกชนคู่สัญญาภายใต้รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) ได้แก่ บริษัท บีจีเอสอาร์81 จำกัด (BGSR81 CO., LTD.) ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบทางด่วนอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ ภายหลังการเปิดให้บริการ M81 มีปริมาณจราจรในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งมีปริมาณเฉลี่ยประมาณ 55,000 คันต่อวัน สะท้อนถึงศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานและความต้องการใช้งานของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในการดำเนินงานของโครงการ M81, BGSR81 ทำหน้าที่เป็นเอกชนคู่สัญญา รับผิดชอบการดำเนินงานและบำรุงรักษาสายทางโดยรวม ขณะที่ บริษัท เอฟอีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด (FETC International (Thailand) Co., Ltd.) (“FETCi Thailand”) ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง (Toll Collection System) และระบบขนส่งอัจฉริยะ (Intelligent Transportation System: ITS) โดยรับผิดชอบการออกแบบ ติดตั้ง และดำเนินงานระบบ รวมถึงศูนย์ควบคุมและบริหารจัดการจราจร (Traffic Operation Center: TOC) ที่ครอบคลุมตลอดทั้งสายทาง
ระบบดังกล่าวได้รับการออกแบบให้รองรับการบริหารจัดการจราจรแบบเชิงรุก (predictive traffic management) และการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ (real-time monitoring) โดยอาศัยการประมวลผลข้อมูลจากหลายแหล่ง (data-driven operations) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายปริมาณจราจร ลดความแออัด และยกระดับความปลอดภัยของผู้ใช้ทางอย่างต่อเนื่อง

ในระหว่างการดำเนินโครงการ ได้มีการปรับรูปแบบของระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของภาครัฐ โดยในแผนเริ่มต้นรูปแบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางถูกออกแบบให้ใช้ระบบ M-Flow ในขาเข้า และใช้ระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางแบบมีไม้กั้นในขาออก ซึ่งรองรับการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Easy Pass และ M-Pass) และการชำระเงินสด รวมถึง การชำระเงินผ่านระบบ QR-Code อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของระบบข้างต้นในภายหลัง โดยเปลี่ยนจากระบบทางออกแบบมีไม้กั้น มาเป็นระบบ M-Flow ขณะเดียวกันยังคงช่องทางชำระเงินสดไว้ โดยปรับลดจำนวนลงจากแผนเดิม
บริษัท เอฟอีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด (FETCi Thailand) ระบุว่า โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 (M81) นับเป็นความสำเร็จในการผสานเทคโนโลยีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางที่ทันสมัยเข้ากับข้อกำหนดการดำเนินงานในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการผสานเทคโนโลยีขั้นสูง และการบริหารโครงการอย่างยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทการดำเนินงาน จากการร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศ ทำให้สามารถสนับสนุนวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการพัฒนาระบบคมนาคมที่ชาญฉลาด มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่อง
โครงการ M81 ไม่เพียงสะท้อนถึงความก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศไทย แต่ยังตอกย้ำบทบาทของบริษัท เอฟอีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด (FETCi Thailand) ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันด้านระบบขนส่งอัจฉริยะระดับสากล ที่พร้อมนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการพัฒนาระบบทางด่วนให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และตอบโจทย์การใช้งานในอนาคต โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ระบบคมนาคมอัจฉริยะอย่างยั่งยืน